บริษัทได้กำหนดแนวทางและกรอบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การจัดการมลพิษ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการจัดการน้ำและของเสียอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกำหนด นโยบายและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน การติดตาม และการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบเชิงลบในด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงสร้างความมั่นใจว่าบริษัทมีการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เป็นกลาง (Carbon Neutral Company) บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีผลครอบคลุมต่อทุกบริษัทในเครือ สำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียของบริษัททุกกลุ่มได้ปฏิบัติตาม ดังนี้
ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงลดการเกิดของเสีย โดยนำหลัก 3R [ลด (Reduce), นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse), นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)] เพื่อมุ่งสู่การเป็น Zero Waste to Landfill
เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการของเสีย ซึ่งครอบคลุมทั้งของเสียอันตรายและไม่อันตราย เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดห่วงโซ่คุณค่า และลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต กิจกรรมสนับสนุนการผลิต รวมทั้งของเสียอันตรายจากอาคารสำนักงาน โรงอาหาร
ป้องกัน ควบคุมมลพิษ และลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า และกิจกรรมทางธุรกิจ
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาสินค้า บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เผยแพร่ความรู้ และสร้างจิตสำนึกพนักงาน ด้านการอนุรักษ์พลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม หลักการจัดการของเสียตามหลัก 3Rs และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้บุคลากรในองค์กรทราบ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และน้ำอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานด้านประสิทธิภาพเชิงนิเวศและเศรษฐกิจหมุนเวียน มาปรับใช้ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทตลอดห่วงโซ่คุณค่า
อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบสุทธิเชิงบวกทางธรรมชาติ
ประเมินผล ทบทวน นโยบาย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนงานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบเชิงลบในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้ทบทวนและกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ดังนี้

เป้าหมายระยะสั้น
ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิต (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ร้อยละ 5 ต่อปี
ภายในปี พ.ศ. 2573
เป้าหมายระยะกลาง
ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)
ภายในปี พ.ศ. 2593
เป้าหมายระยะยาว
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET ZERO)
ภายในปี พ.ศ. 2608

การจัดการมลภาวะอากาศ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาคุณภาพอากาศซึ่งมีผลต่อสุขภาพของพนักงาน ชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อมโดยรวม ด้วยลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ผลิตและจำหน่ายวัตถุซึ่งใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร กระบวนการผลิตอาจก่อให้เกิดการปล่อยมลพิษทางอากาศ บริษัทจึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการมลภาวะอากาศอย่างเป็นระบบ เพื่อควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนโดยรอบ บริษัทดำเนินการตรวจสอบและควบคุมแหล่งกำเนิดมลภาวะจากกระบวนการผลิต โดยมีการติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์ควบคุมมลพิษอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจวัดค่าความเข้มข้นของกลิ่น (Odour Concentration) และปริมาณสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจวัดพบว่ามีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

เป้าหมาย

ลดค่าความเข้มข้นของกลิ่นจากปล่องระบายและริมรั้วโรงงาน

ร้อยละ 10

เทียบจากปีฐาน 2568 ภายในปี 2571

ผลการดำเนินงานปี 2568

จัดเก็บข้อมูลเป็นปีฐาน

ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

การจัดการน้ำ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากน้ำให้เกิดความคุ้มค่า และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในกระบวนการผลิตอย่างสูงสุด เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรน้ำให้มีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของทุกภาคส่วน จึงได้มีการดำเนินโครงการที่สำคัญ ดังนี้

โครงการ SAVE WATER ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดปริมาณการใช้น้ำภายในองค์กร ควบคู่กับการเสริมสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของพนักงานในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยนำข้อมูลการใช้น้ำมาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มและประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำในกระบวนการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำทิ้งในพื้นที่อ่อนไหวสูง โดยบริษัทได้เข้าร่วมโครงการฯ กับทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีน้ำอุตสาหกรรม และการวิเคราะห์ปัญหาการใช้น้ำเกินความจำเป็น โดยนำน้ำ RO Reject กลับมาใช้ทดแทนน้ำประปาในบางกิจกรรม พร้อมซ่อมแซมจุดรั่วไหลของระบบท่อส่งน้ำ

โครงการนำน้ำทิ้งจากระบบ RO กลับมาใช้ซ้ำในโรงงาน มีวัตถุประสงค์ในการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมนอกกระบวนการผลิต เช่น การล้างทำความสะอาดถนนภายในโรงงาน ล้างพื้นที่จัดเก็บขยะของเสีย และล้างทำความสะอาดรางระบายน้ำ ซึ่งเดิมทีใช้น้ำประปาในการดำเนินกิจกรรมเหล่านี้ทั้งหมด

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณการดึงน้ำมาใช้ทั้งหมด
ปี 2566
401,192.86 ลูกบาศก์เมตร
ปี 2567
559,810.53 ลูกบาศก์เมตร
ปี 2568
710,777.09 ลูกบาศก์เมตร
ปริมาณการดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิต
ปี 2566
8.609 ลูกบาศก์เมตร/ตัน
ปี 2567
8.467 ลูกบาศก์เมตร/ตัน
ปี 2568
9.924 ลูกบาศก์เมตร/ตัน
เป้าหมาย

ลดปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิต

ลดลงร้อยละ 5

เทียบจากปีฐาน 2567 ภายในปี 2570

(ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงานที่อยู่ในเขตที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water Stress)

ปี 2568
เพิ่มขึ้น 17.21%

การจัดการของเสีย

บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียจากการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง การจัดการและคัดแยกของเสียตามประเภทอย่างเหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงได้ดำเนินโครงการสำคัญ ดังนี้

โครงการ Recycle Bin ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมุ่งเน้นการรณรงค์และส่งเสริมการลดปริมาณขยะภายในองค์กร ผ่านการอบรมเพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ ในการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี รวมทั้งการควบคุมปริมาณขยะมูลฝอยที่แหล่งกำเนิด เพื่อให้การจัดการขยะในองค์กรมีประสิทธิภาพ

โครงการ RBF SHARING “พลาสติก” ที่ไม่จบแค่ขยะ เป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการรวบรวมและบริจาคหลอดพลาสติก ฝาขวดพลาสติก และแก้วน้ำพลาสติกที่ใช้แล้วทุกชนิดและทุกขนาด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (Recycle) โดยมีแผนในการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตบล็อกปูพื้น เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ของบริษัท

โครงการบีฟุง มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตขนมปัง ลดการใช้วัตถุดิบใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยการรวบรวมเศษขนมปังที่เกิดจากขั้นตอนการตัดแต่งเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ (Reprocess) ทำให้สามารถนำเศษขนมปังที่เหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง และยังคงรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในมาตรฐานเดิม

รวบรวมขยะและของเสีย
ปี 2568
380.50
ตัน
97.68%
ของเสียไม่อันตราย
371.67
ตัน
96.70%
ของเสียที่นำไปรีไซเคิล Recycle/ใช้ซ้ำ Reuse
359.41
ตัน
3.30%
ของเสียที่นำไปรีไซเคิล Recycle/ใช้ซ้ำ Reuse ไม่ได้ ซึ่งส่งกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
12.26
ตัน
2.32%
ของเสียอันตราย
8.83
ตัน
กำจัดอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณขยะและของเสียรวม
ปี 2566
274.51 ตัน
ปี 2567
366.97 ตัน
ปี 2568
380.50 ตัน
ปริมาณขยะและของเสียที่นำไปรีไซเคิล Recycle/ ใช้ซ้ำ Reuse
ปี 2566
268.80 ตัน
ปี 2567
302.18 ตัน
ปี 2568
359.41 ตัน
สัดส่วนปริมาณขยะและของเสียรีไซเคิล Recycle/ ใช้ซ้ำ Reuse จากปริมาณขยะและของเสียรวม
ปี 2566
ร้อยละ 97.92
ปี 2567
ร้อยละ 82.35
ปี 2568
ร้อยละ 94.46
เป้าหมาย

เพิ่มสัดส่วนปริมาณขยะและของเสียรีไซเคิล Recycle/ ใช้ซ้ำ Reuse

ร้อยละ 10

เทียบจากปีฐาน 2567 ภายในปี 2570

ผลการดำเนินงานปี 2568

เพิ่มขึ้น 14.71%

(บรรลุเป้าหมาย)

ความหลากหลายทางชีวภาพ

การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และระบบนิเวศที่สนับสนุนสิ่งมีชีวิต การทำลายที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้าม หากต้องการให้โลกมีความยั่งยืนในอนาคต ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

บริษัทดำเนินกิจกรรมรักษ์ทะเลไทย ปล่อยปูสู่ธรรมชาติ RBF Green Volunteer ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง รวมถึงส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศทางทะเล โดยในปีนี้ บริษัทได้ปล่อยปูม้าและปูไข่กลับคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 200 ตัว ควบคู่กับกิจกรรมเก็บขยะริมชายหาด ซึ่งรวบรวมขยะได้ทั้งสิ้น 28.90 กิโลกรัม

การบรรเทาผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรในการลดก๊าซเรือนกระจก บริษัทจึงได้วางแผนรับมือและมีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้

โครงการ RBF GO GREEN บริษัทมีแผนเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในการปลูกสวนไม้เศรษฐกิจโตเร็วและเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในพื้นที่อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นกลาง (Carbon Neutral) ภายในปี 2593

โครงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์เกล็ดขนมปังชุบทอด ตรา “อังเคิลบาร์นส์” ขนาด 200 กรัม 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม เพื่อประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้พลังงานและทรัพยากร ตลอดจนการจัดการของเสียที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

3.44 kg CO2eq
น้ำหนักสุทธิ 1 กิโลกรัม
1.72 kg CO2eq
น้ำหนักสุทธิ 500 กรัม
591.16 g CO2eq
น้ำหนักสุทธิ 200 กรัม

โครงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบแหล่งที่มาและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยนำผลการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแผนงานและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ครอบคลุมสำนักงานใหญ่และสาขา 5 ภายใต้ขอบเขตการควบคุมดำเนินการ มีระดับการรับรองแบบจำกัด และกำหนดค่า Materiality ที่ร้อยละ 5 โดยผลการประเมินได้รับการทวนสอบโดยหน่วยรับรองการจัดการก๊าซเรือนกระจก มหาวิทยาลัยพะเยา ที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม
Scope 1+2+3
14,156
tCO2e
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม
Scope 1+2
8,282
tCO2e
Scope 1
3,143
tCO2e
(22.20%)
การเผาไหม้ Diesel
8.19%
(1,160 tCO2e)
การเผาไหม้ Gasoline/Gasohol
0.70%
(99 tCO2e)
การเผาไหม้ alcohol
0.00%
(0.08 tCO2e)
การใช้เชื้อเพลิง LPG
8.43%
(1,193 tCO2e)
การรั่วไหลของสารทำความเย็น/การใช้สารดับเพลิง /CH4
4.87%
(690 tCO2e)
Scope 2
5,139
tCO2e
(36.30%)
การใช้พลังงานไฟฟ้า
36.30%
(5,139 tCO2e)
Scope 3
5,874
tCO2e
(41.49%)
แป้งข้าวสาลี และเกล็ดขนมปัง
40.17%
(5,686 tCO2e)
การได้มาของไฟฟ้า grid mix
1.33%
(188 tCO2e)

Carbon intensity (ขอบเขตที่ 1 และ 2) 0.308 tCO2e/tonne

การรายงานแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 เป็นการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากวัตถุดิบตั้งต้นที่ซื้อมา (Purchased goods and services) และกิจกรรมการใช้พลังงานอื่น นอกเหนือจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Fuel and energy related activities) ที่มีนัยสำคัญ

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Carbon intensity (ขอบเขตที่ 1 และ 2)
ปี 2566 /1
0.532 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตัน
ปี 2567 /1
0.450 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตัน
ปี 2568 /1
0.358 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตัน
เป้าหมาย

ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิต (ขอบเขตที่ 1 และ 2)

ร้อยละ 5 ต่อปี

ภายในปี 2573

ผลการดำเนินงานปี 2568

ลดลง 20.44%

(บรรลุเป้าหมาย)

หมายเหตุ: /1 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรครอบคลุมเฉพาะบริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่

การจัดการพลังงาน

บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยมุ่งลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายและรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการดำเนินโครงการที่สำคัญ ดังนี้

โครงการ SAVE ENERGY ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมุ่งสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการอบรมและปลูกจิตสำนึกให้พนักงานทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงาน และมีส่วนร่วมในการจัดการด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในองค์กร

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม
ปี 2566
21,068,264.30 kWh
ปี 2567
22,026,318.00 kWh
ปี 2568
23,347,718.12 kWh
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหนึ่งหน่วยการผลิต
ปี 2566
452.12 kWh/tonne
ปี 2567
333.14 kWh/tonne
ปี 2568
325.98 kWh/tonne
เป้าหมาย

ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยการผลิต

ลดลงร้อยละ 5

เทียบจากปีฐาน 2567 ภายในปี 2570

ผลการดำเนินงาน ปี 2568

ลดลง 2.10%

โครงการ SOLAR ROOFTOP เป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัทดำเนินการเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร (Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในขอบเขตที่ 2 ลดต้นทุนการผลิตด้านพลังงานระยะยาว และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ โดยในปัจจุบัน บริษัทได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา Solar Rooftop บริษัทย่อยในประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณการผลิตไฟฟ้ามาใช้จากพลังงานแสงอาทิตย์
ปี 2566
1,643,076.30 kWh
ปี 2567
2,494,686.00 kWh
ปี 2568
2,375,581.09 kWh
สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม
ปี 2566
ร้อยละ 7.80
ปี 2567
ร้อยละ 11.33
ปี 2568
ร้อยละ 10.17
เป้าหมาย

เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม

ร้อยละ 15

เทียบจากปีฐาน 2567 ภายในปี 2570

ผลการดำเนินงาน ปี 2568

ลดลง 10.24%